วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คนดี ไม่มีที่อยู่

          มากมายหลายชีวิต ที่ต้องดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด หลายครั้งที่บางคนก็ต้องอยู่อย่างสิ้นหวัง แต่หลายคนก็อยู่อย่างคนที่มีฝัน แล้วคนเหล่านั้น มีเหตุผลอาไรที่ให้พวกเขาต้องมีความรู้สึกหรือสภาวะที่แตกต่างกัน เรามาดูกันครับว่า คนที่อยู่อย่างมีฝันกับคนที่อยู่อย่างสิ้นหวัง เขามีอาไรที่แตกต่างกัน

คนมีฝัน
          คนที่มีฝันนั้น กลุ่มคนเหล่านี้ เขาอาจจะเกิดมาให้ครอบครัว หรือสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าคนที่สิ้นหวัง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความความวันหนึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่สามารถ กลายเป็นคนที่สิ้นหวังได้นะครับ เพราะว่า กราฟชีวิตของทุกคนต้องมีขึ้นและลง เหมือนๆ กันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า กลุ่มคนมีฝันนั้นเขาอาจจะมีเรื่องของความมุ่งมั่นและยังมีความหวังในเรื่องต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต อาจจะไม่ต้องยกตัวอย่างใครไกลเกินไปหรอกครับ อย่างตัวผมเอง เมื่อก่อนที่เคยมีชีวิตที่ดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ผมเองก็มีฝัน และมีหวัง ว่าสักวันผมจะได้ทำงานที่ดี อยู่กับบริษัทที่ดี มีบ้านสักหลัง มีรถสักคัน เมื่อตัวผมเองมีฝัน ผมเองก็มีความมุ่งนั่นที่จะทำให้มันเกิดขึ้น สิ่งที่ผมกำลังจะพูดไม่ได้ แอบอ้าง หรืออวด อย่างใดนะครับ แต่แค่เป็นส่วนหนึ่งที่จะยกตัวอย่างให้ดูเท่านั้นเองครับ ขอดำเนินเรื่องต่อเลยแล้วกัน เมื่อผมเองนั้นมีฝัน ต่าง ๆ มากมายและได้มุ่งมั่นที่จะทำ ผมจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดสิ่งที่ผมฝันเอาไว้ จนในที่สุด เมื่อผมอายุเข้าปลายเลข 2 เกือบเลข 3 ผมก็สามารถเข้าทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งที่ผมฝันว่าผมอยากจะทำ แต่เมื่อบเข้ามาได้ก็ได้เป็นเพียงแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่ผมได้ก้าวเข้ามา นั่นยิ่งทำให้ผมมีฝันมากขึ้น คิดว่า สักวันผมจะได้ทำงานที่นี่โดยเป็นพนักงานประจำให้ได้ เมื่อระยะเวลาผ่านไปเกือบ 3 ปีผมก็สามารถเปลี่ยนสถานะตัวเองให้กลายเป็น พนักงานประจำได้ ผมดีใจมาก แต่ชีวิตก็ต้องเปลี่ยน เมื่อทุกอย่างที่เราฝัน กลับถูกปิดกั้นจากคนอื่น ที่ไม่ใช่ตัวเรา ทำให้ ผมจากคนมีฝัน และมีความหวัง เริ่มแปลเปลี่ยนกลายเป็นคน สิ้นหวัง และกำลังเริ่มจะหมดหวัง สาเหตุเพียงเพราะว่า "คุณไม่ใช่คนของเรา" คำนี้ เหมาะมากที่จะเอามาเปรียบเทียบกับคำว่า " ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร "


คนสิ้นหวัง
          แน่นอนครับว่า คนสิ้นหวัง ต้องมีทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับคนที่มีความหวังหรือมีความฝัน แต่กะนั้น คนที่สิ้นหวังก็ยังคงสามารถ กลายเป็นคนที่มีความหวังได้เช่นกัน ขออนุญาติเอาประสบการณ์ของผมเองมาเล่าแล้วกันครับ คิดว่าคงไม่ว่ากัน แต่หากท่านใดที่มีประสบการณ์แล้วอยากแชร์กันก็สามารถ คอมเม้นมาได้นะครับ เข้าเรื่องแล้วกัน ก็อย่างที่ได้ทราบมาข้างต้นนะครับว่า ผมเองเคยมีฝันแล้วก็มีความหวังอย่างมากมาย แต่ในเมื่อ ที่นี่คือเมืองไทย และคนไทยส่วนมากจะแยกทุกอย่างจาก " ใครเป็นคนของใคร " หรือภาษาบ้าน ๆ ที่เขาเรียกกันว่า "พวกประจบประแจงเลียขา" ส่วนมากมักจะได้ดี ส่วนพวกที่ "ถต."(เถนตรง หรือ ถังแตก) มักจะไม่ค่อยรุ่งสักเท่าไหร่ ยกเว้นแต่คุณอยู่ถูกที่ ถูกทาง และมีคนที่เขารู้จักคุณว่าคุณเป็นอย่างไร และเขาชอบคนแบบที่เรียกว่า " วัดความดีกันที่ผลงาน " โอ้ อ้อมมาซ่ะไกลเลย กลับมาดีกว่า อิอิ

           เมื่อคุณไม่ใช่คนของใคร ก็แน่นอนล่ะครับ คุณก็จะเริ่มลำบาก หันไปทางไหนก็มีแต่เหตุให้เกิดปัญหา สุดท้ายแน่นอนครับก็ต้องพยายามดิ้นรนเพื่อให้ผ่านจุดนั้นไปให้ได้แต่กะนั้นก็เถอะ ชีวิตคนเราไม่ได้เกิดปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่งแล้วจะไม่มีผลกระทบกับจุดอื่น ผมเองก็เช่นกัน เมื่อการทำงานทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่ฝันไว้ แล้วอย่างไร ล่ะ ก็มีแค่ 2 ทาง คือ ทำใจยอมรับ หรือไม่ก็ ถอยออกมาแล้วหาทางเดินใหม่ หากเป็นคุณ จะเลือกทางไหน สำหรับผมเลือกทำใจยอมรับ แต่เมื่อเราทำใจยอมรับแล้วเราก็ต้องรู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นบ้าง แต่เชื่อสิครับ ว่าไม่มีใครทนได้ตลอดชีวิตครับ วันหนึ่งก็ต้องถึงจุดที่หลายคนอาจเรียกว่า จุดระเบิด หรือบางคนเรียกว่า จุดสิ้นสุด เพราะว่า อย่างไรมนุษย์ทุกคนล้วนมีศักดิ์ศรี ยอมได้เท่าที่จะยอมได้เท่านั้นแหละ คุณว่าจริงไหมครับ

เพราะอะไร คนดี ถึงไม่มีที่อยู่
          เพราะเมืองไทย ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ยกเว้นแต่ คนไทยยังติดนิสัยของพวกทาส แม้จะยกเลิกมา นานแล้ว แต่ในปัจจุบันคนไทยก็ยังเป็นทาสไม่ต่างจากอดีต เพียงแต่ดูดีกว่าเท่านั้นเอง ในสมัยก่อน ใครที่เป็นทาสแล้วมีนายคอยคุ้มกะลาหัวอยู่ สังเกตุได้ครับว่า นายที่คุ้มกะลาหัวจะไม่ให้ใครมาทำร้าย ลูกน้องตัวเอง หากมีความดีความชอบที่ทาสของตัวเองเป็นผู้กระทำ ก็จะเอามาคุยเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองมีทาสรับใช้ที่ดี (แล้วต่างอะไรกับสมัยนี้) หากคุณทำงานดี แต่คุณไม่ใช่คนของนายคุณ คำถามคือ เขาจะพูดถึงคุณหรือไม่ แน่นอนครับ เขาไม่พูดด้วยซ้ำไปแต่หากคุณทำพลาด เขาพร้อมที่จะเหยียบคุณด้วย นี่และครับ ที่เรียกว่าระบบทาส

เก่งแต่อยู่ผิดที่
          เก่งแต่อยู่ผิดที่ คุณจะได้ใช้ความสามารถที่คุณมีหรือไม่ แน่นอนครับ อาจจะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ แต่ที่แน่ ๆ ต่อให้คุณทำงานดีเท่าไร ก็แค่เสมอตัว ไม่เข้าเนื้อก็เท่านั้นเอง แต่หากคุณได้อยู่ในจุดที่คุณสมควรจะอยู่แล้วละก้อ คุณรุ่งแน่นอน ผมเชื่ออย่างนั้น แล้วผมเองก็รอวันนั้นเหมือนกัน รอวันที่จะได้ไปอยู่ในจุดที่ผมควรจะอยู่ ไม่ใช่อยู่ในที่ปัจจุบัน ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนครับ



ทุก ๆ วันบนโลกใบนี้

        ณ. วันหนึ่งบนโลกที่กว้างใหญ่ โลกใบนี้ มีทั้งผู้ที่ได้เกิดมา และหลายคนก็ล้มตาย ทุกสิ่งแล้วล้วนมีเกิดขึ้นและดับสูญ โลกใบนี้ซึ่งมากมายไปด้วยผู้คน หลากหลายเพศวัย หลากหลายอาชีพ ในทุก ๆ วัน หลายคนต้องเผชิญกับหลายสิ่งหลายอย่าง บ้างก็ต้องเจอกับความทุกข์ บ้างก็มีความสุข หรือในบางคนก็ใช้ชีวิตให้ผ่านไปวัน ๆ

        หลายคนก็สงสัยว่าทำไม เราต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ คำตอบ บางคนอาจจะหาได้ แต่บางคนก็หาไม่เจอ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่บนโลกใบนี้ มีทั้งสุขและทุกข์ไม่ต่างจากคนอื่น หากมองย้อนไปในอดีตสมัยที่ยังเป็นเด็ก ผมเองก็ไม่ได้มีชีวิตอาไรที่แตกต่างไปจากคนอื่นที่อยู่ในวัยเดียวกัน คือทุกวัน ต้องตื่นแต่เช้า เดินไปโรงเรียน เย็นก็กลับบ้านทำการบ้าน เพื่อส่งคุณครู แต่เนื่องจากผมไม่เหมือนกับคนอื่น ที่เกิดมาบนครอครัวที่มีฐานะ

        ดังนั้นผมจึงไม่มีชีวิตที่เรียกว่า "วัยรุ่น" นั่นเป็นเพราะสภาพฐานะทางบ้าน ทำให้ผมต้องทำงานตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ ด้วยการไปอยู่อู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ มีรายได้วันล่ะ 5 บาท แต่ก็เหมือนโชคเข้าข้างเพราะเมื่อผมอายุได้ 12 ขวบ ผมก็ได้รับค่าจ้างเพิ่ม เป็นวันละ 10 บาท หลายคนอาจคิดว่า 10 บาทจะเอาไปทำอาไรได้ แต่สำหรับผม มันเป็นอาไรที่ วิเศษที่สุด นั่นเป็นเพราะว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเงิน เพียง 5 บาทหรือ 10 บาท มันก็ทำให้ผมได้รับรู้ว่า การที่ผมจะได้เงินมาซึ่งแต่ละบาทนั้นมันไม่ได้ง่าย เลย และที่สำคัญผมไม่จำเป็นต้อง ขอเงินจาก พ่อหรือแม่ เรียกว่า ปีกกล้าขาแข็งตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้

        แต่ไม่ใช่ ปีกกล้าขาแข็งในลักษณะที่อวดดีกลับผู้ใหญ่ หรือ พ่อแม่นะครับ ซึ่งนั่นแหละครับ คือสิ่งที่ผมภาคภูมิใจมากที่สุด หลายครั้งที่ผมเอง อาจจะต้องเสียการเรียนไปบ้าง แต่สิ่งที่ผมได้มาคือประสบการณ์ในการใช้ชีวิต และผมเชื่อว่าหากวันหนึ่งผมได้เจอคนที่มีชีวิตและความเป็นอยู่คล้าย ๆ กับผม ผมมั่นใจครับว่า เขาจะเป็นคนหนึ่งที่ มีความเชื่อมั่นในตนเอง และใช้ชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่ยอมแพ้แม้ว่าจะสิ้นหวัง

        วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตทำให้ผมได้ก้าวมาเป็น ผู้ชายคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ แม้จะยังไม่ 100% แต่อย่างน้อยผมก็ได้ใช้ชีวิตที่ดี มีครอบครัว คือพ่อและแม่ที่ แสนดี และผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ยังมีความทุกข์ หรือยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกท้อแท้ ขอเพียงวันนี้คุณไม่หยุดที่จะคิด ไม่หยุดที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ผมเชื่อว่าคุณจะไม่เดินย่ำอยู่กับที่แน่นอน